


พี่อูฐ New Step
Last updated: 29 Sept 2025
การเข้าร่วมโครงการ Work and Travel ไม่เพียงแต่เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เรียนรู้วัฒนธรรมใหม่ ๆ และฝึกภาษาอังกฤษ แต่ยังทำงานจริงในสหรัฐอเมริกา ซึ่งประสบการณ์เหล่านี้อาจกลายเป็น “จุดเปลี่ยน” ในชีวิต แต่หลายคนอาจไม่ทราบว่า สิทธิของผู้เข้าร่วมโครงการได้รับการคุ้มครองโดยกฎหมายของสหรัฐอเมริกา หนึ่งในกฎหมายที่สำคัญคือ Wilberforce Trafficking Victims Protection Reauthorization Act (TVPRA) ที่ออกมาเพื่อปกป้องแรงงานต่างชาติจากการถูกเอารัดเอาเปรียบ
กฎหมาย Wilberforce มีชื่อเต็มว่า William Wilberforce Trafficking Victims Protection Reauthorization Act ซึ่งถูกตราขึ้นในปี ค.ศ. 2008 มีจุดประสงค์เพื่อ
ป้องกันการค้ามนุษย์และแรงงานทาสยุคใหม่
ปกป้องสิทธิขั้นพื้นฐานของผู้ถือวีซ่าทำงานชั่วคราว รวมถึงผู้เข้าร่วมโครงการ Work and Travel USA (J1 Visa)
กำหนดให้ผู้สมัครวีซ่าได้รับ ใบแจ้งสิทธิ (Wilberforce Pamphlet) อธิบายสิทธิด้านแรงงานอย่างชัดเจน
ผู้เข้าร่วมโครงการจะได้รับการคุ้มครองหลายประการ เช่น
สิทธิในการได้รับค่าจ้างขั้นต่ำตามกฎหมาย
สิทธิในการทำงานอย่างปลอดภัย โดยนายจ้างต้องไม่บังคับใช้แรงงาน
สิทธิในการเก็บเอกสารส่วนตัว เช่น พาสปอร์ต ไม่ให้นายจ้างยึดไว้
สิทธิในการร้องเรียนหรือขอความช่วยเหลือ หากถูกละเมิด โดยสามารถติดต่อหน่วยงานรัฐหรือสถานทูต
สิทธิที่จะไม่ถูกบังคับทำงานเกินชั่วโมงโดยไม่สมัครใจ
เพราะว่าหลายคนอาจเผชิญกับความท้าทายที่ไม่คาดคิดระหว่างทำงานในสหรัฐอเมริกา เช่น ชั่วโมงการทำงานที่ยาวเกินไป ค่าจ้างต่ำกว่าที่กฎหมายกำหนด หรือการสื่อสารกับนายจ้างที่ไม่เข้าใจภาษาและวัฒนธรรม การรู้สิทธิของตนเองภายใต้ กฎหมาย Wilberforce จึงเป็นเหมือน “เกราะป้องกัน” ที่ช่วยให้ผู้เข้าร่วมโครงการสามารถรับมือกับสถานการณ์เหล่านี้ได้อย่างมั่นใจ
1. มั่นใจได้ว่าจะไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบ
การทำงานในต่างประเทศ บางครั้งนักศึกษาอาจเจอปัญหานายจ้างที่ไม่ยุติธรรม เช่น จ่ายค่าจ้างต่ำกว่าที่ตกลงไว้ หรือไม่ปฏิบัติตามสัญญา กฎหมาย Wilberforce กำหนดชัดเจนว่าผู้เข้าร่วมต้องได้รับค่าจ้างที่เป็นธรรม และไม่สามารถถูกบังคับให้ทำงานในสภาพแวดล้อมที่เป็นอันตราย
2. สามารถปฏิเสธการทำงานที่ละเมิดสิทธิได้
หากนายจ้างพยายามบังคับให้ทำงานเกินเวลาโดยไม่สมัครใจ หรือมอบหมายงานที่เสี่ยงอันตราย ผู้เข้าร่วมมีสิทธิปฏิเสธโดยไม่ต้องกลัวว่าจะถูกลงโทษ การรู้กฎหมายนี้ช่วยสร้างความมั่นใจให้ผู้เข้าร่วมกล้าที่จะปกป้องสิทธิของตนเอง
3. มีแนวทางการขอความช่วยเหลือหากเกิดปัญหา
Wilberforce Pamphlet มีข้อมูลช่องทางการติดต่อที่สำคัญ เช่น สถานทูตสหรัฐฯ, กระทรวงแรงงาน หรือสายด่วนช่วยเหลือผู้ถูกค้ามนุษย์ ทำให้หากเกิดปัญหา ผู้เข้าร่วมไม่ต้องเผชิญลำพัง แต่มีระบบช่วยเหลือที่พร้อมปกป้อง
4. เพิ่มความปลอดภัยและความอุ่นใจในการทำงาน
เมื่อผู้เข้าร่วมรู้สิทธิของตนเอง จะช่วยให้การทำงานเต็มไปด้วยความมั่นใจ ไม่ต้องกังวลว่าจะถูกละเมิด และสามารถโฟกัสกับการเรียนรู้ประสบการณ์ใหม่ ๆ ได้เต็มที่ ทั้งในเรื่องการทำงานและการใช้ชีวิตในสหรัฐฯ
Q1: Wilberforce Pamphlet คืออะไร?
A: เป็นเอกสารแจกโดยสถานทูตสหรัฐฯ ที่อธิบายสิทธิแรงงานและช่องทางการร้องเรียน สำหรับผู้ถือวีซ่าชั่วคราว รวมถึง Work and Travel
Q2: ถ้าเจอปัญหานายจ้างเอาเปรียบ ควรทำอย่างไร?
A: ติดต่อ Sponsor ของโครงการ หรือแจ้งหน่วยงานรัฐตามช่องทางที่ระบุใน Wilberforce Pamphlet ได้ทันที
Q3: กฎหมาย Wilberforce ครอบคลุมเฉพาะ Work and Travel หรือไม่?
A: ไม่ใช่ กฎหมายนี้ครอบคลุมผู้ถือวีซ่าชั่วคราวหลายประเภท แต่ Work and Travel ก็ได้รับความคุ้มครองเต็มที่
Q4: จำเป็นต้องพก Wilberforce Pamphlet ตลอดหรือไม่?
A: ไม่จำเป็น แต่ควรเก็บไว้ เพราะมีข้อมูลช่องทางติดต่อสำคัญที่ช่วยเหลือได้ในกรณีฉุกเฉิน
Q5: หากไม่เข้าใจกฎหมาย ควรทำอย่างไร?
A: สามารถสอบถามเอเจนซี่ Work and Travel ที่คุณสมัคร หรือเจ้าหน้าที่สถานทูตโดยตรง เพื่อขอคำอธิบายเพิ่มเติม
การเข้าร่วมโครงการ Work and Travel ไม่ใช่เพียงการทำงานต่างแดน แต่คือการเรียนรู้และเติบโตในสภาพแวดล้อมใหม่ การรู้จัก กฎหมาย Wilberforce ช่วยให้ผู้เข้าร่วมมั่นใจได้ว่า ตลอดการเดินทาง สิทธิและความปลอดภัยของคุณได้รับการคุ้มครอง
และหากคุณกำลังวางแผนไป Work and Travel USA การเลือกเอเจนซี่ที่มีความเชี่ยวชาญและให้คำแนะนำเรื่องสิทธิแรงงานอย่างครบถ้วนเป็นสิ่งสำคัญ
สนใจสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับ Work and Travel USA
ติดต่อ พี่ ๆ News Step ได้ทุกช่องทาง
LINE: @newstepworktravel













Copyright 2024 © by New Step Exchange Program. All rights reserved.