ค่าใช้จ่ายในการไป Work and Travel USA เตรียมตัวอย่างไรให้คุ้มค่า

พี่ศิ New Step
Last updated: 06 Sept 2026
Work and Travel USA ค่าใช้จ่ายที่ควรทราบสำหรับนักเรียนแลกเปลี่ยน
Work and Travel USA เป็นโครงการนักเรียนแลกเปลี่ยนยอดนิยมที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เดินทางไปทำงานและท่องเที่ยวในสหรัฐอเมริกาช่วงปิดภาคเรียนฤดูร้อน อย่างไรก็ตาม หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ผู้สมัครหลายคนกังวลคือค่าใช้จ่าย Work and Travel ที่เกี่ยวข้อง บทความนี้จะให้ข้อมูลโดยละเอียดเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายของโครงการ Work and Travel USA และเทคนิคการวางแผนเพื่อให้การเดินทางเข้าร่วมโครงการฯ ของคุณคุ้มค่าที่สุด
ค่าใช้จ่ายหลักสำหรับนักเรียนแลกเปลี่ยนในโครงการ Work and Travel USA
- ค่าสมัครและค่าธรรมเนียมโครงการ Work and Travel
- ค่าธรรมเนียมวีซ่า J-1 สำหรับผู้เข้าร่วมโครงการ Work and Travel
- ค่าธรรมเนียมนักเรียนแลกเปลี่ยน (Sevis) ซึ่งเป็นค่าใช้จ่าย Work and Travel ที่จำเป็น
- ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ ประเทศไทย-สหรัฐอเมริกา
- เงินสำรองก่อนเดินทาง (Pocket Money) สำหรับช่วงแรกของการเข้าร่วม Work and Travel
- ค่ามัดจำและค่าเช่าที่พักระหว่างทำงานที่อเมริกา
- ค่าใช้จ่าย Work and Travel ส่วนตัวระหว่างเข้าร่วมโครงการฯ เช่น ค่าอาหาร ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปทำงานหรือท่องเที่ยวภายในประเทศ ช้อปปิ้ง และกิจกรรมต่าง ๆ
|
ค่าสมัคร |
2,900 – 19,900 บาท (ตามเงื่อนไขของแต่ละโปรโมชัน) |
|
ค่าทดสอบระดับภาษา |
Free |
|
ค่าโครงการฯ (แบ่งชำระ 2 งวด) |
54,900 – 89,900 บาท |
|
(ตามเงื่อนไขของแต่ละโปรโมชัน) |
|
ค่าธรรมเนียมการเลือกงาน |
No Charge: ไม่มีค่าใช้จ่าย |
|
ค่าธรรมเนียมวีซ่า |
$185 |
|
ค่าธรรมเนียมนักเรียนแลกเปลี่ยน (Sevis) |
3,900 บาท |
|
ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ (ไม่บังคับจองกับบริษัทฯ) |
40,000 – 70,000 บาท |
|
Pocket Money ก่อนเดินทาง |
$700 - $1,000 |
|
ค่าที่พัก |
ตามเงื่อนไขที่พัก |
|
ค่าประกันสุขภาพและประกันอุบัติเหตุ |
Free |
|
ค่าใช้จ่ายส่วนตัว (ระหว่างอยู่ในอเมริกา) |
มากหรือน้อยขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล |
Timeline สำหรับวางแผนเตรียมเงิน
ระยะที่ 1: เริ่มต้นความฝัน (6 - 10 เดือนก่อนเดินทาง)
ในช่วงแรกของการเตรียมตัว สิ่งสำคัญคือการเลือกเอเจนซี่ที่ไว้ใจได้และเริ่มทำรายการค่าใช้จ่ายเบื้องต้นเพื่อล็อคสิทธิ์และตำแหน่งงานที่สนใจ
-
ค่าสมัครเข้าร่วมโครงการและค่าทดสอบภาษา: โดยปกติจะอยู่ที่ประมาณ 2,900 – 19,900 บาท ขึ้นอยู่กับโปรโมชันในช่วงนั้นๆ ที่ New Step เรามักจะมีช่วง Early Bird ที่ค่าสมัครถูกลงอย่างมาก ซึ่งรวมค่าทดสอบระดับภาษาเบื้องต้นไว้แล้ว
-
ค่าหนังสือเดินทาง (Passport): สำหรับน้องๆ ที่ยังไม่มีหรือพาสปอร์ตใกล้หมดอายุ (ต้องเหลืออายุการใช้งานมากกว่า 6 เดือนหลังจากจบโครงการ) ค่าธรรมเนียมทำใหม่ประมาณ 1,000 – 1,500 บาท
ระยะที่ 2: ขั้นตอนการคัดเลือกและจองงาน (5 - 8 เดือนก่อนเดินทาง)
เมื่อผ่านการทดสอบภาษาและเลือกงานที่ถูกใจได้แล้ว จะเข้าสู่ช่วงการจ่ายค่าโครงการส่วนหลัก ซึ่งมักจะแบ่งชำระเป็นงวดๆ เพื่อไม่ให้เป็นภาระต่อนักศึกษามากเกินไป
-
ค่าโครงการงวดที่ 1: มักจะชำระหลังจากทราบผลว่าสอบผ่านเกณฑ์เบื้องต้น หรือก่อนเข้าสัมภาษณ์งานกับนายจ้าง (Job Fair หรือ Zoom) ยอดชำระประมาณ 30,000 – 50,000 บาท
-
ค่าธรรมเนียมการเลือกงาน: บางตำแหน่งงานที่เป็นงานพรีเมียมหรืองานเฉพาะทางอาจมีค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม แต่ที่ New Step เรามีตัวเลือกงานที่หลากหลายให้น้องๆ ได้เลือกตามงบประมาณโดยไม่มีค่าใช้จ่ายแฝงที่ไม่จำเป็น
ระยะที่ 3: ยืนยันสิทธิ์และเตรียมเอกสารวีซ่า (3 - 5 เดือนก่อนเดินทาง)
หลังจากที่นายจ้างตอบรับ (Job Offer) และได้รับเอกสารสิทธิ์ในการทำงาน (DS-2019) น้องๆ จะต้องดำเนินการในส่วนของค่าโครงการที่เหลือและค่าธรรมเนียมของรัฐบาลสหรัฐฯ
-
ค่าโครงการงวดที่ 2: ชำระส่วนที่เหลือทั้งหมดหลังจากยืนยันงานเรียบร้อยแล้ว รวมค่าโครงการทั้งหมดจะอยู่ที่ประมาณ 54,900 – 89,900 บาท ขึ้นอยู่กับโปรโมชันและช่วงเวลาที่สมัคร
-
ค่า SEVIS Fee: เป็นค่าธรรมเนียมสำหรับระบบข้อมูลนักเรียนและผู้เข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยน (I-901) ราคาปัจจุบันประมาณ 1,300 - 3,900 บาท ขึ้นอยู่กับประเภทโครงการและประกาศจากทางสหรัฐฯ
-
ค่าธรรมเนียมวีซ่า J-1: ชำระให้กับสถานทูตอเมริกาโดยตรง ปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ $185 หรือประมาณ 5,500 - 6,500 บาท ขึ้นอยู่กับอัตราแลกเปลี่ยนในช่วงนั้น
ระยะที่ 4: โค้งสุดท้ายก่อนบิน (1 - 2 เดือนก่อนเดินทาง)
เมื่อวีซ่าผ่านเรียบร้อยแล้ว (Visa Approved) ก็ถึงเวลาเตรียมของและจองตั๋วเครื่องบิน ซึ่งเป็นช่วงที่ต้องบริหารจัดการเงินก้อนสุดท้าย
-
ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ: ราคาจะผันผวนตามฤดูกาลและเมืองที่ไป โดยทั่วไปจะอยู่ที่ 40,000 – 70,000 บาท การจองผ่านเอเจนซี่อย่าง New Step จะช่วยให้ได้ตั๋วราคาเด็กนักเรียนที่สามารถเลื่อนวันเดินทางได้ยืดหยุ่นกว่า
-
ค่าที่พักและเงินมัดจำ: บางงานอาจให้น้องๆ สำรองจ่ายค่ามัดจำที่พักล่วงหน้าจากไทย หรือเตรียมไปจ่ายที่อเมริกาในวันแรกที่ไปถึง ประมาณ $200 - $500
-
Pocket Money: สำคัญมากสำหรับการใช้ชีวิตใน 2-4 สัปดาห์แรกก่อนที่เงินเดือนงวดแรกจะออก ควรเตรียมไปอย่างน้อย $700 - $1,000 สำหรับค่ากิน ค่าเดินทาง และของใช้จำเป็นในช่วงแรก
สรุปงบประมาณรวมที่ควรเตรียมไว้
เพื่อให้เห็นภาพรวมชัดเจนสำหรับการเข้าร่วมโครงการ Work and Travel USA น้องๆ ควรเตรียมงบประมาณรวมไว้ที่ประมาณ 130,000 – 200,000 บาท โดยงบนี้จะครอบคลุมตั้งแต่ค่าสมัครจนถึงเงินติดตัวที่อเมริกา อย่างไรก็ตาม การสมัครเร็วคือหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้ค่าใช้จ่ายถูกลง เพราะจะได้โปรโมชันส่วนลดค่าโครงการและมีเวลาจองตั๋วเครื่องบินในราคาที่ประหยัดกว่า
แนะนำการวางแผนการเงินอย่างชาญฉลาดสำหรับนักเรียนแลกเปลี่ยน Work and Travel
-
ยิ่งสมัคร Work and Travel เร็ว ยิ่งได้โปรโมชันที่ดีที่สุด
ค่าใช้จ่าย Work and Travel ทั้งค่าสมัครและค่าธรรมเนียมโครงการฯ จะปรับสูงขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อใกล้ถึงวันปิดรับสมัครของปีนั้น ๆ ดังนั้นหากสนใจเข้าร่วมโครงการ Work and Travel USA ในปิดเทอมถัดไป ควรติดต่อ New Step เพื่อเช็กโปรโมชันปัจจุบันโดยเร็วที่สุด -
ยิ่งสมัครเร็ว ยิ่งเลือกงานได้มากกว่า
เนื่องจากจำนวนตำแหน่งงานโครงการ Work and Travel ที่เปิดรับของนายจ้างแต่ละแห่งมีจำนวนจำกัด ดังนั้นหากตำแหน่งงานไหนมีผู้สมัครเข้ามาเต็มจำนวนแล้ว ก็จะไม่สามารถสมัครงานในตำแหน่งนั้น ๆ เพิ่มเติมได้อีก การสมัครเข้าร่วมโครงการฯ ก่อน จึงมีสิทธิ์ที่จะได้เลือกงานในตำแหน่งที่ต้องการได้ก่อน -
ชวนเพื่อนไป Work and Travel USA 2027 ด้วยกัน
ในบางโปรโมชันของ New Step จะมีส่วนลดเพิ่มเติมสำหรับผู้ที่สมัครเข้าร่วมโครงการฯ พร้อมกับเพื่อน -
เลือกโปรโมชัน Work and Travel ตามความเหมาะสมของตัวเอง
หากเรามั่นใจและต้องการไป Work and Travel USA อย่างคุ้มค่าที่สุด พี่ ๆ New Step ขอแนะนำให้สมัครตามโปรส่วนลดสุดคุ้มของบริษัทฯ แต่หากน้อง ๆ มีงบจำกัด หรือมีความกังวลในการสัมภาษณ์วีซ่า (วีซ่า J-1) ก็สามารถสอบถามโปรโมชันที่เหมาะสมเพิ่มเติมกับพี่ ๆ New Step ได้เลย -
เลือกงานที่ให้สิทธิเข้าสวนสนุกหรือสถานที่ท่องเที่ยวฟรี หรือมีกิจกรรมท่องเที่ยวที่ US Sponsor หรือนายจ้างจัดให้
ในบางงาน US Sponsor หรือนายจ้างจะมีการจัดทริปท่องเที่ยวตามสถานที่ต่าง ๆ ซึ่งการเข้าร่วมกิจกรรมเหล่านี้ จะช่วยลดค่าใช้จ่ายหากเราต้องการเดินทางท่องเที่ยวด้วยตนเอง -
หางานเสริมที่อเมริการะหว่างเข้าร่วมโครงการฯ
งานเสริม หรืองาน 2 คืองานที่ผู้เข้าร่วมโครงการฯ สามารถทำได้หากว่างจากการทำงานหลักที่สมัครเข้าร่วมโครงการฯ ไป โดยการทำงานเสริมนั้นต้องแจ้งให้ US Sponsor รับทราบก่อนเริ่มงาน และต้องไม่ส่งผลกระทบต่องานหลัก ซึ่งจะทำให้น้อง ๆ มีรายได้และประสบการณ์การทำงานที่เพิ่มขึ้น โดยการหางานเสริม สามารถสอบถามไปยัง US Sponsor ว่ามีงานที่ต้องการคนเพิ่มอีกหรือไม่ หรือสามารถหางานผ่านแอปพลิเคชัน หรือ walk-in ไปสอบถามยังร้านค้าต่าง ๆ ได้เช่นกัน -
เดินทางไปทำงานด้วยการเดิน ปั่นจักรยาน หรือใช้ขนส่งสาธารณะ แทนการเรียก Uber
หนึ่งในวิธีการประหยัดค่าใช้จ่ายคือการเลือการเดินทางที่มีต้นทุนต่ำ แทนการเรียก Uber หรือ Lyft ที่ให้ความสะดวกสบายอย่างมาก แต่มีค่าบริการค่อนข้างสูง -
ทำอาหารทานเองแทนการรับประทานอาหารนอกบ้าน
ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา การซื้ออาหารมาทำเองจะมีราคาถูกกว่าการเข้าไปรับประทานอาหารตามร้านมาก ๆ และหากต้องการประหยัดค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น น้อง ๆ สามารถทำอาหารเองและใส่กล่องนำไปรับประทานที่ทำงานเพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายระหว่างวันได้อีกด้วย -
ดูแลสุขภาพของตัวเองให้ดี
ในการเข้าร่วมโครงการ Work and Travel USA ผู้เข้าร่วมโครงการฯ จะได้รับค่าตอบแทนตามชั่วโมงการทำงาน ดังนั้นหากเกิดอาการเจ็บป่วยจนไม่สามารถไปทำงานได้ เราก็จะได้ชั่วโมงการทำงานที่ลดลงไปด้วย จึงไม่ควรโหมทำงานหนักหรือเที่ยวหนักจนเกินไปและควรพักผ่อนในแต่ละวันให้เพียงพอ
เลือกเอเจนซี่ที่ให้บริการครบวงจร
การเลือกเอเจนซี่ที่น่าเชื่อถือและมีประสบการณ์เป็นสิ่งสำคัญในการช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายและทำให้การเดินทางของคุณราบรื่น เอเจนซี่ที่ดีควรให้คำปรึกษาด้านการวางแผนการเงิน แนะนำตำแหน่งงานที่เหมาะสม และให้ความช่วยเหลือในกรณีฉุกเฉินตลอดการเดินทางของน้อง ๆ
หนึ่งในเอเจนซี่ที่น่าเชื่อถือและมีประสบการณ์ในโปรแกรม Work and Travel USA คือ New Step Thailand ซึ่งให้บริการครบวงจรตั้งแต่การสมัคร การแนะนำตำแหน่งงานที่เหมาะสม การติวและช่วยเหลือในการสัมภาษณ์งาน รวมถึงการสัมภาษณ์วีซ่า และการดูแลตลอดระยะเวลาของโครงการ ทีมงานผู้เชี่ยวชาญของ New Step Thailand พร้อมให้คำปรึกษาและแนะนำเพื่อให้ผู้เข้าร่วมโครงการได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุด และคุ้มค่าที่สุดในการเข้าร่วมโครงการฯ
สรุป ค่าใช้จ่าย Work and Travel USA
การวางแผนค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วมโครงการฯ ที่ดีเป็นกุญแจสำคัญในการเข้าร่วมโครงการ Work and Travel USA อย่างคุ้มค่า ด้วยการทำความเข้าใจค่าใช้จ่ายหลัก การตั้งงบประมาณอย่างชาญฉลาด และการเลือกเอเจนซี่ที่เหมาะสม น้อง ๆ สามารถเพลิดเพลินกับประสบการณ์ที่ไม่อาจลืมเลือนในสหรัฐอเมริกาโดยไม่ต้องกังวลเรื่องปัญหาทางการเงิน เริ่มต้นวางแผนการเดินทางวันนี้ แล้วน้อง ๆ จะพร้อมสำหรับการผจญภัยที่น่าตื่นเต้นในฐานะผู้เข้าร่วมโครงการ Work and Travel USA
สนใจสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับ Work and Travel USA
ติดต่อ พี่ ๆ New Step ได้ทุกช่องทาง
LINE: @newstepworktravel

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
หากมีความกังวลว่าจะสัมภาษณ์วีซ่าไม่ผ่าน ทำอย่างไร?
มีงบจำกัด สามารถเข้าร่วมโครงการ Work and Travel USA ได้หรือไม่?
Work and Travel USA ค่าใช้จ่ายทั้งหมดประมาณเท่าไหร่
ค่าใช้จ่ายหลัก ๆ ของโครงการ Work and Travel มีอะไรบ้าง?
ควรเตรียมเงินติดตัว (Pocket Money) ไปเท่าไหร่สำหรับช่วงแรกในอเมริกา?

ตรวจสอบโปรโมชันปัจจุบัน
Work and Travel USA
promotionsบทความ Work and Travel ที่เกี่ยวข้อง

Tax Refund Work and Travel ได้เท่าไหร่ และวิธีการขอคืนภาษี

ไป Work and Travel USA ใช้เอกสารอะไรบ้าง

แนะนำ 5 บัตร Travel Card สำหรับเด็ก Work and Travel USA

แอปพลิเคชัน (Application) สำหรับเด็ก Work and Travel โหลดไว้ได้ใช้แน่!!

Checklists ของใช้สำหรับไป Work and Travel USA

ทุกเรื่องต้องรู้ สัมภาษณ์วีซ่า J-1 Work and Travel USA
บทความ Work and Travel ล่าสุด
VIEW MORE
สำรวจ 5 รัฐยอดฮิตในการ Work and Travel USA
สำรวจ 5 รัฐยอดฮิตในการ Work and Travel USA

เขียนเรซูเม่ Work and Travel อย่างไรให้โดนใจนายจ้างต่างชาติ
เขียนเรซูเม่ Work and Travel อย่างไรให้โดนใจนายจ้างต่างชาติ

งบน้อย? ไม่เก่งภาษา? ไป Work and Travel ได้ไหม?
งบน้อย? ไม่เก่งภาษา? ไป Work and Travel ได้ไหม?

ข้อกำหนดและวิธีการถ่ายรูปวีซ่าอเมริกา คู่มือสำหรับคนไป Work and Travel USA
ข้อกำหนดและวิธีการถ่ายรูปวีซ่าอเมริกา คู่มือสำหรับคนไป Work and Travel USA

9 วัดศักดิ์สิทธิ์เสริมดวง ก่อนบินลุย Work and Travel USA แบบสายมูสายลุย
9 วัดศักดิ์สิทธิ์เสริมดวง ก่อนบินลุย Work and Travel USA แบบสายมูสายลุย

