


งาน Lifeguard Sunset Pool
รัฐ Virginia กับ New Step
เรต 15.25/Hr
ไม่มี OT ❌
ตอนแรกที่ตัดสินใจมาทำงาน Lifeguard ก็เพราะเพื่อนแนะนำมาค่ะ เพื่อนบอกว่างานค่อนข้างสบาย ไม่ต้องทำอะไรเยอะ เลยเริ่มสนใจ แล้วพอได้ไปดูรีวิวจากคนที่เคยทำมาก่อน ก็รู้สึกว่างานนี้มีคนเลือกทำเยอะ ดูเป็นงานที่เข้าถึงง่าย และน่าจะเหมาะกับตัวเอง ก็เลยตัดสินใจสมัครมาค่ะ
พอได้มาทำจริง ๆ ต้องบอกเลยว่า งานตอนทำจริงสบายกว่าที่คิด บรรยากาศดี ไม่กดดันมาก แต่ช่วงที่เหนื่อยที่สุดคือ ตอน Training ค่ะ เหนื่อยมาก เหนื่อยแบบใช้พลังสุด ๆ ว่ายน้ำ ฝึกช่วยชีวิต ฝึกซ้ำ ๆ จนแทบหมดแรง แต่พอผ่านช่วงนั้นไปได้ ทุกอย่างก็ค่อย ๆ ง่ายขึ้น และเริ่มสนุกกับงานมากขึ้นด้วยค่ะ
มาถึงวันแรกจะเทรนก่อนสอบว่ายน้ำสอนวิธีใช้ pump แล้วก็สอนวิธีช่วยเหลือคน ปกติเทรนทั้งหมดสามวันแล้วค่อยทำงานแต่ช่วงที่เรามาเค้ารีบต้องการคนดูแลสระเราเลย เทรนแค่วันครึ่งวันที่สองทำงานเลยเป็นงานที่สบายมาก
ในช่วง Training จะมีการทดสอบและฝึกหลายอย่างค่ะ อย่างแรกคือ ว่ายน้ำไป–กลับประมาณ 15 รอบ แล้วก็มี ดำน้ำลงไปเก็บของจากก้นสระ รวมถึง ฝึก Rescue หรือการช่วยเหลือคนในน้ำ ด้วย
ถ้าถามว่ายากไหม จริง ๆ ไม่ได้ยากมาก ค่ะ แต่สิ่งที่ต้องมีคือ “ความอึด” เพราะใช้แรงเยอะมาก เหนื่อยจริง เหนื่อยแบบหมดพลัง โดยเฉพาะช่วงแรก ๆ ที่ร่างกายยังไม่ชิน
ความจริงแล้ว ควรซ้อมว่ายน้ำมาก่อนจะดีที่สุด เพราะจะช่วยให้ผ่าน Training ได้ง่ายขึ้น แต่จากประสบการณ์ที่เห็นมา ส่วนใหญ่ ถ้าว่ายน้ำผ่านตามเกณฑ์ได้ ยังไงก็สามารถเป็น Lifeguard ได้ค่ะ ขอแค่อดทน ตั้งใจ และไม่ถอดใจกลางทาง
หลายคนกังวลว่างาน Lifeguard ต้องตากแดด ผิวต้องคล้ำแน่ ๆ แต่จากประสบการณ์จริง ถ้าดูแลตัวเองดี ๆ ก็สามารถ รักษาผิวได้ ค่ะ
เทคนิคหลัก ๆ ที่หนูใช้คือ
ใส่เสื้อ UV ตลอดเวลา
เลือกแบบแขนยาว แล้ว รูดซิปปิด ช่วยกันแดดได้ดีมาก
ใส่กางเกงขายาว
ลดการโดนแดดโดยตรง โดยเฉพาะช่วงที่ต้องอยู่ข้างสระนาน ๆ
ทาครีมกันแดดสม่ำเสมอ
ไม่ใช่แค่ทารอบเดียว แต่ต้อง คอยพ่นหรือเติมกันแดดระหว่างวัน ด้วย
กันแดดต้องเอาอยู่จริง
เลือกกันแดดที่กันทั้ง UVA / UVB และเหมาะกับกิจกรรมกลางแจ้งหรือกันน้ำ


เรื่องชั่วโมงงาน โดยปกติจะ ทำงานวันละประมาณ 8 ชั่วโมง และส่วนใหญ่จะ ทำงาน 7 วันต่อสัปดาห์ คือทำแทบทุกวันเลยค่ะ แต่ก็ไม่ต้องกังวลมาก เพราะ สามารถขอ Day Off ได้ บางครั้งนายจ้างเป็นคนจัดวันหยุดให้เองด้วย
ในแต่ละวัน Lifeguard จะต้อง มาเปิดสระก่อนเวลาเล็กน้อย ประมาณ 15 นาที เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเริ่มงาน หน้าที่หลัก ๆ จะเป็นการ
เช็ก ค่าคลอรีนในสระ
เช็ก ค่า pH ของน้ำ
เติมคลอรีนตามมาตรฐาน
ดูแลความสะอาดรอบ ๆ สระ
งานประจำวันจะเน้นการ ตรวจเช็กคุณภาพน้ำและความปลอดภัยของสระ เป็นหลักค่ะ ส่วนเรื่องการช่วยชีวิตจริง ๆ ตอนนี้ ยังไม่เคยเจอสถานการณ์ที่ต้อง Rescue คนจริง ๆ ส่วนใหญ่จะเป็นการเฝ้าระวัง ดูแล และป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุมากกว่า
โดยรวมแล้ว งานไม่ได้ซับซ้อน เน้นความรับผิดชอบและความสม่ำเสมอ ใครที่ชอบงานเป็นระบบ และไม่อยากทำงานหนักตลอดเวลา งาน Lifeguard ถือว่าเป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจมากค่ะ
Supervisor ที่นี่ น่ารักมากค่ะ ใจดี แล้วก็ Nice มาก ไม่ดุเลย บรรยากาศการทำงานค่อนข้างสบาย ๆ ไม่กดดัน
หน้าที่หลักของ Supervisor ส่วนใหญ่จะเป็นการ เข้ามาเช็กความเรียบร้อยของงาน ดูว่าทุกอย่างเรียบร้อยดีไหม เป็นไปตามมาตรฐานหรือเปล่า มากกว่าการมาคอยจับผิดหรือกดดันลูกน้อง
โดยรวมคือ ไม่มีอะไรน่ากังวลเลย ทำงานได้แบบสบายใจ ถ้ามีอะไรสงสัยก็สามารถถามได้ตลอด เหมาะมากสำหรับน้อง ๆ ที่กลัวบรรยากาศการทำงานตึงเครียด งาน Lifeguard ที่นี่ถือว่าเป็นมิตรและเป็นกันเองสุด ๆ ค่ะ
อยู่ที่นี่คือทำอาหารกินเองทุกมื้อ เพราะจะประหยัดกว่ากินตามร้าน walmart ส่งฟรี ก็สั่งฉ่ำเลยไม่ต้องไปเอง งาน lifeguard ที่เค้าบอกดีคือ ดีจริงลูกบ้านเคารพเรามาก ๆ เพราะเป็นเหมือน life saver ถ้าได้อยู่สระดี ๆ สนิทกับลูกบ้านหรือลูกบ้านใจดี แทบจะไม่ต้องทำข้าวไปเลยลูกบ้านเอามาให้เลย


บ้านที่เราอยู่ 185/week ราคา ค่อนข้างสูงแต่แลกมาด้วยความดีที่พักดีมาก เราอยู่ 2 ห้องนอน 4 คน ชาย 2 หญิง 2 คนไทยหมดเลย ที่พักใกล้ metro มากเดินทางสะดวกเดินไป 10 นาที ถึง metro เลยเข้า DC ง่ายมาก ๆ
เรื่องการเดินทางไปทำงาน แทบไม่มีค่าใช้จ่ายเลยค่ะ เพราะที่พักอยู่ใกล้กับสระและที่ทำงานมาก เดินออกจากที่พัก ประมาณ 15 นาที ก็ถึงแล้ว ไม่ต้องนั่งรถ ไม่ต้องเสียค่าเดินทางเพิ่มเติม
ข้อดีของการได้งานที่อยู่ใกล้ที่พักคือ ประหยัดเงินและประหยัดเวลา มาก ไม่ต้องกังวลเรื่องรถเมล์ รถรับส่ง หรือค่าเดินทางรายวัน ทำให้สามารถโฟกัสกับงานและการใช้ชีวิตในแต่ละวันได้เต็มที่
สำหรับใครที่กำลังลังเลเรื่องค่าใช้จ่าย งาน Lifeguard ที่พักใกล้ที่ทำงานแบบนี้ ถือว่าเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายได้เยอะมากค่ะ
ใครสายตี้ไม่ต้องกลัวงาน lifeguard จะมีปาร์ตี้ เฉพาะสำหรับคนทำงาน lifguard ที่ไม่รู้ว่าใครจัดแต่คนที่ทำงานที่ Maryland, Virginia
DC จะมารวมตัวกันตี้ที่นี้มีคนจากทุกประเทศรวมถึงคนไทยด้วย สายตี้ห้ามพลาด ✅✅✅
ถ้าพูดถึงเรื่องผับ จริง ๆ หนู เคยไปมาแค่ประมาณ 2–3 ที่เองค่ะ ไม่ได้ออกบ่อยมาก


ซึ่งใช่ค่ะ นี่ก็คือคนไทยที่เรา รู้จักจากงานปาร์ตี้ซึ่งทุกวันนี้ ก็ผลัดกันไปมาตลอด
มีอยู่ครั้งหนึ่งที่น่าสนใจมาก คือ Lifeguard Party ปาร์ตี้นี้หนูเองก็ไม่แน่ใจว่าใครเป็นคนจัดเหมือนกัน แต่จะเป็นปาร์ตี้ที่ รวม Lifeguard จากหลายบริษัท และจากหลายเมืองใกล้ ๆ กัน มารวมตัวกันในที่เดียว ทั้งคนที่ทำงานอยู่แถว Maryland, Washington, DC และ Virginia
บรรยากาศจะเป็นฟีลแบบ Lifeguard มาเจอกัน แชร์ประสบการณ์ ทำความรู้จักเพื่อนใหม่จากหลายที่ สนุกแบบไม่ต้องคิดอะไรเยอะ เป็นอีกมุมหนึ่งของชีวิต Work and Travel ที่ได้เจอคนหลากหลายมาก
นี่ก็คือคนไทยที่เจอกันที่งานปาร์ตี้อยู่ใกล้ ๆ กัน มารวมตัวกันใครมาคนเดียวไม่ต้องกลัวเหงาเลย
เอาจริง ๆ เมืองนี้ เหมาะมากกับคนที่ตั้งใจมาเก็บเงิน ค่ะ เพราะเป็นเมืองที่ไม่ค่อยมีอะไรให้ใช้เงินเยอะ ไม่ได้เป็นเมืองท่องเที่ยวใหญ่ หรือมีที่ช้อปปิ้งล่อใจตลอดเวลา
ค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันก็ประหยัดได้เยอะ อย่างเรื่องกินอยู่ ถ้าอยากทำอาหารหรือสั่งของเข้าบ้าน สามารถสั่งจาก Walmart ได้ ซึ่งบางช่วงจะมี โปรส่งฟรีเป็นรายเดือน ทำให้แทบไม่ต้องเสียค่าเดินทางหรือค่าส่งเพิ่มเลย
ยิ่งถ้าอยู่กับเพื่อนหลายคน ก็สามารถ ผลัดกันใช้โปรส่งฟรี ได้ เดือนหนึ่งแทบไม่ต้องออกค่าใช้จ่ายอะไรเยอะมาก ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายไปได้เยอะมากจริง ๆ


ได้ออฟทีไรก็ไปเที่ยว DC เพราะนั่งmetro ชมเดียวถึง ใกล้มาก ๆ แนะนำ
ถึงจะบอกว่าเป็น เมืองสายเก็บเงิน ก็จริงนะคะ แต่ความเป็นจริงคือ… หนูก็ยังหาทางไปใช้เงินได้อยู่ดีค่ะ 😂
เหตุผลหลักเลยคือ เดินทางเข้า Washington, DC ได้ง่าย ก็เลยเลือกไปใช้เงินที่นั่นแทน
ตั้งแต่เริ่มทำงานมาประมาณ เกือบ 2 เดือน หนูมีวันหยุดรวม ๆ แค่ ประมาณ 3 วัน เองค่ะ
วันหยุดแรก ไปเดินแถวใกล้ ๆ อย่าง TJ Maxx กับ Marshalls รอบนี้ใช้เงินไม่เยอะเท่าไหร่
รอบที่สอง ไป Georgetown อันนี้คือหลุดหนัก ใช้ไปประมาณ 400 ดอลลาร์
รอบที่สาม เพิ่งไปมาไม่นานนี้ ไป Outlet หมดไปประมาณ 560 ดอลลาร์
สรุปคือ…ถึงเมืองจะเป็นเมืองเก็บเงิน ค่าใช้จ่ายประจำวันไม่สูง ไม่ค่อยมีอะไรให้สเปนด์ก็จริง
แต่ถ้าเราขยันเที่ยว ขยันหาทางไปช้อป เงินก็ออกได้เหมือนกันค่ะ
ได้เช่ารถขับไปเที่ยว virginia beach จำได้ว่าทั้งวันขับรถไปเยอะมาก ๆ แต่ก็สนุกมาก ๆ ทะเลเมกา เดอะเบส
เมืองนี้จริง ๆ มีกิจกรรมธรรมชาติเยอะมาก โดยเฉพาะสาย Hiking มีเส้นทางเดินป่าให้เลือกหลายที่เลยค่ะ แต่สำหรับหนูเอง ไม่ได้เป็นสาย Hiking ขนาดนั้น ก็เลยยังไม่ค่อยได้ไปเท่าไหร่
ช่วงกลางคืน แถวที่พักก็จะมี ผับหรือบาร์เล็ก ๆ ที่สามารถ เดินไปได้ ไม่ต้องนั่งรถไกล ๆ แต่หนูก็ยัง ไม่เคยไปเหมือนกัน ส่วนใหญ่จะใช้เวลาพักผ่อนอยู่บ้านมากกว่า
ถ้าจะออกไปเที่ยวจริง ๆ หนูมักจะเลือก เข้า Washington, DC เพราะเดินทางค่อนข้างง่าย มีที่ให้เที่ยว ให้กิน ให้ช้อปครบกว่า ทำให้เมืองที่อยู่กลายเป็นเมืองที่เน้น ทำงาน–เก็บเงิน–ใช้ชีวิตเรียบง่าย แล้วค่อยไปปล่อยเงินตอนเข้าเมืองใหญ่แทนค่ะ


จบงานแล้ว สนุกมาก ๆ คิดถึงเพื่อน ๆ มากๆ ไม่มีทางได้ใช้ชีวิตแบบนี้อีกแล้ว อยากบอกกับคนที่ลังเลว่าจะไป work ดีมั้ย บอกเลยว่าไปเถอะถึงจะลำบากแตาไม่มีทางได้ใช้ชีวิตอย่างงี้แน่นอน ใครอยากไป work แบบชิว ๆ แนะนำงานนี้เลย
ถ้าให้เปรียบเทียบงาน Lifeguard กับงานอื่น ๆ ในโครงการ Work and Travel เหตุผลหลักที่เลือกงานนี้เลยคือ เรื่องชั่วโมงงานที่ชัดเจนมาก ค่ะ
ในสัญญาจะเขียนไว้เลยว่า อย่างน้อยได้ขั้นต่ำ 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ซึ่งต่างจากงานอื่นหลายงานที่ไม่สามารถการันตีชั่วโมงได้ บางที่ขั้นต่ำแค่ 32 ชั่วโมง หรือบางครั้งก็โดนลดชั่วโมง
จากที่เห็นเพื่อน ๆ ไปทำงานประเภทอื่น บางคนได้ชั่วโมงไม่ถึงที่หวังไว้ แต่สำหรับงาน Lifeguard ชั่วโมงค่อนข้างนิ่ง และบางช่วงยังได้ถึง 48 ชั่วโมง ด้วย ทำให้วางแผนเรื่องเงินได้ง่ายกว่า
อีกอย่างคือ ลักษณะงานค่อนข้างสบาย ถ้าเทียบกับงานสายร้านอาหารอย่าง Food Runner หรือ Server ถึงแม้งานพวกนั้นอาจจะมีโอกาสได้เงินเยอะกว่า แต่ก็ต้องแลกกับความเหนื่อยและความกดดัน
ส่วน Lifeguard คือเน้นความรับผิดชอบ นั่งดูแลความปลอดภัย คอยสังเกตคนว่ายน้ำ และตอบคำถามลูกบ้านเป็นหลัก
งานนี้เลยเหมาะมากกับคนที่เป็น Introvert หรือคนที่ชอบอยู่นิ่ง ๆ อยู่กับตัวเอง แต่ก็ยังสามารถคุยกับคนอื่นได้บ้าง เพราะจะมีลูกบ้านแวะมาคุยเป็นระยะ ๆ
ส่วน Extrovert ก็ทำได้เหมือนกัน ไม่ได้จำกัดบุคลิก แต่ถ้าเป็นคนที่ชอบงานไม่วุ่นวาย ไม่ต้องปะทะลูกค้าตลอดเวลา งานนี้ถือว่าเหมาะมาก
โดยรวมต้องบอกเลยว่า ประสบการณ์การใช้บริการดีมากค่ะ พี่ ๆ ทีมงาน New Step ดูแลและให้คำแนะนำตลอดทาง มีอะไรสงสัยก็สามารถถามได้เลย ต่อให้ทักไปดึกแค่ไหน ส่วนใหญ่พี่ ๆ ก็ตอบ ทำให้รู้สึกอุ่นใจมาก
พี่ ๆ จะคอยแนะนำขั้นตอนต่าง ๆ อย่างชัดเจน ตั้งแต่ช่วงสมัคร เตรียมเอกสาร ไปจนถึงก่อนเดินทาง ทำให้ไม่รู้สึกว่าต้องจัดการทุกอย่างคนเดียว
สำหรับหนูเองอาจจะ ไม่ได้คุยกับพี่ ๆ บ่อยมาก เพราะมาทำโครงการกับเพื่อน แล้วเพื่อนจะเป็นคนติดต่อและคุยกับพี่ ๆ เป็นหลัก แต่จากที่เห็นและรับรู้ตลอดกระบวนการ ก็รู้สึกได้เลยว่าทีมงาน พร้อมช่วยเหลือจริง ๆ และให้คำแนะนำตลอด
โดยรวมแล้ว New Step เป็นเอเจนซี่ที่ ดูแลดี ใส่ใจ และเข้าถึงง่าย เหมาะกับน้อง ๆ ที่อยากเข้าร่วมโครงการ Work and Travel แต่กังวลเรื่องขั้นตอนหรือการเตรียมตัว เพราะมีพี่ ๆ คอยซัพพอร์ตอยู่ตลอด ทำให้มั่นใจและสบายใจมากขึ้นค่ะ
Copyright 2024 © by New Step Exchange Program. All rights reserved.