

พี่ New Step: แนะนำตัวเองหน่อยค่ะ ชื่อเล่น คณะ ชั้นปี และมหาวิทยาลัย
เนเน่: สวัสดีค่ะ ชื่อ เนเน่ ค่ะ เรียนอยู่คณะ สถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตบางเขน ตอนนี้อยู่ ปี 4 ค่ะ
พี่ New Step: ตอนนี้ทำงานอะไร ได้เรทเท่าไหร่ และทำไมถึงเลือกงานนี้
เนเน่: ตอนนี้ทำงานเป็น Lifeguard ค่ะ ได้เรท 16 ดอลลาร์/ชั่วโมง ที่เลือกงานนี้เพราะรู้สึกว่า เป็นงานที่ในไทยแทบไม่มีให้ทำ เลยอยากมาลอง
ดูว่า “การเป็น Lifeguard ที่อเมริกา” จริง ๆ ต้องทำอะไรบ้าง แล้วแต่ละสระมีระบบและประสบการณ์ต่างกันยังไงค่ะ
พี่ New Step: Training ต้องทำอะไรบ้าง มีอะไรยาก/ง่ายยังไง
เนเน่: Training จะมีการสอบเพื่อเอา Certificate ค่ะ โดยหลัก ๆ มี 3 อย่าง
ว่ายน้ำไป–กลับ 15 รอบ
แต่ละรอบประมาณ 25 เมตร ถ้าว่ายผ่านก็ถือว่าผ่านด่านแรกค่ะ
ดำน้ำเก็บอิฐ (Brick Test)
ต้องดำน้ำลงไปเก็บอิฐ (ความลึกประมาณ 2.7 เมตร)
แล้ววางอิฐไว้บนอก จากนั้น ว่ายกลับหลัง โดยใช้มือข้างเดียวว่าย
อีกข้างจับอิฐไว้ที่อกค่ะ
ลอยตัวในน้ำ 2 นาที
ต้องลอยตัวแบบ แนวดิ่ง และ ยกมือพ้นน้ำ ตลอดเวลา
ถ้าผ่านครบทั้ง 3 อย่างก็ได้ Certificate ค่ะ
และใบ Certificate จะมี 2 แบบ
ถ้า เก็บอิฐไม่ผ่าน จะได้เป็น Shallow Water
ถ้า เก็บอิฐผ่าน จะได้เป็น Deep Water ค่ะ
พี่ New Step: แล้วเนเน่ได้ Certificate แบบไหนคะ
เนเน่: หนูได้ Deep Water ค่ะ
พี่ New Step: สำหรับเรา อะไรยากที่สุด
เนเน่: ยากที่สุดคือ การลอยตัวแนวดิ่ง ค่ะ เพราะที่ไทยเราชินกับการลอยตัวแบบแนวนอนมากกว่า พอให้ลอยแนวดิ่งเลยรู้สึกว่ายากที่สุด
สำหรับหนูค่ะ
พี่ New Step: ถ้าอยากสอบผ่านแบบราบรื่น ควรเตรียมตัวยังไง
เนเน่: หนูรู้สึกว่าเด็กไทยมีพื้นฐานอยู่แล้ว เพราะคุ้นกับน้ำอยู่ สิ่งที่ควรฝึกจริง ๆ คือ ความอึดในการว่ายน้ำ ค่ะ เพราะเขา ไม่จับเวลา เราแค่
ต้องว่ายให้ต่อเนื่อง รักษาจังหวะให้คงที่ ส่วนการดำน้ำ/เก็บอิฐ หนูว่าฝึกนิดหน่อยก็ทำได้ค่ะ
พี่ New Step: ต้องว่ายน้ำเก่งมากไหมถึงจะเป็น Lifeguard
เนเน่: ไม่จำเป็นเลยค่ะ หนูเองก็ไม่ได้ว่ายน้ำเก่งมาก ว่ายฟรีสไตล์/กรรเชียงได้ประมาณนึงก็โอเคแล้วค่ะ
พี่ New Step: งาน Lifeguard ทำวันละกี่ชั่วโมง ทำกี่วันต่อสัปดาห์
เนเน่: อันนี้อ้างอิงจากของหนูนะคะ
จันทร์–ศุกร์ ทำประมาณ วันละ 9 ชั่วโมง
เสาร์–อาทิตย์ ทำประมาณ วันละ 10 ชั่วโมง
แต่บางสระอาจ 10 ชั่วโมงทุกวัน หรือบางคนได้ 8 ชั่วโมงทุกวัน ขึ้นอยู่กับเวลาสระเปิด–ปิดค่ะ
พี่ New Step: แล้วหน้าที่ในแต่ละวันทำอะไรบ้าง
เนเน่: ส่วนใหญ่จะเป็นการ ดูแลความสะอาดและความเรียบร้อยของสระ คอยดูแลลูกบ้านเวลามาใช้งาน และสิ่งสำคัญที่สุดคือ เฝ้าระวัง
ความปลอดภัยในน้ำ ถ้ามีเหตุฉุกเฉินหรืออุบัติเหตุก็ต้องพร้อมช่วยเหลือค่ะ
พี่ New Step: เคยมีเหตุการณ์ต้องช่วยเหลือจริงไหม
เนเน่: มีครั้งเดียวค่ะ เป็นเด็กประมาณ 8–9 ขวบ เขาเล่นแถวบันไดสระ แล้วเหมือนก้าวพลาดเพราะไม่มองข้างล่าง เลยยกมือขึ้น หนูก็รีบวิ่ง
ไปและบอกคุณแม่เขา สุดท้ายคุณแม่ถึงก่อน เด็กปลอดภัย แล้วเขาก็มาขอบคุณหนูค่ะ
พี่ New Step: เดินทางไปทำงานยังไงคะ
เนเน่: ช่วงแรกหนูนั่ง บัส ค่ะ เมืองที่หนูอยู่คือ Rockville, Maryland ซึ่งบัสที่นี่ ฟรี ค่ะ นั่งได้ฟรีทุกสาย ยกเว้น Metro (รถไฟ) ที่ไม่ฟรี หลัง ๆ
หนูเริ่มขี้เกียจรอบัส ก็เลยซื้อ สกู๊ตเตอร์ มาขับเอง ก็เลยมี 2 ทางค่ะ คือบัสกับสกู๊ตเตอร์
พี่ New Step: ทำงานสระเดียวใช่ไหม ไม่มีเพื่อนร่วมงาน
เนเน่: ใช่ค่ะ หนูอยู่สระคนเดียวค่ะ
พี่ New Step: Supervisor ดูแลเรายังไงบ้าง
เนเน่: Supervisor จะคอย ให้ตารางงานรายสัปดาห์ บอกว่าวันไหนทำที่ไหน วันไหนหยุด บางทีมีการ วนสระ ด้วยค่ะ คือไม่ได้ทำแค่สระเดียว
เสมอไป อาจต้องไปแทน Lifeguard คนอื่นบ้าง แล้วถ้ามีปัญหาเรื่องระบบหรือเรื่องที่เราแก้เองไม่ได้ Supervisor ก็จะช่วยดูแลและช่วยแก้
ให้ค่ะ
พี่ New Step: มองภาพรวมแล้ว ระบบการทำงานของ Sunset Pool เป็นยังไงบ้าง
เนเน่: หนูรู้สึกว่า Sunset Pool ทำงานเป็นระบบ โดยเฉพาะเรื่องการจัดการคนและการรับส่งค่ะ อย่างเรื่อง รับส่งสนามบิน หนูรู้สึกว่าดีมาก
เพราะงานอื่นหลายที่ต้องไปเอง แต่ของ Sunset Pool เขามารับ–มาส่ง พาไป Training แล้วพอเทรนเสร็จ ก็พาไปส่งตามเมืองที่แต่ละคนได้
งาน จนถึง สถานที่ทำงานและที่พักจริง ๆ เลยค่ะ โดยรวมหนูว่าโอเคมากค่ะ
พี่ New Step: ขอถามเรื่องบ้านพักหน่อยค่ะ บ้านที่เราอยู่ตอนนี้เป็นแบบไหน
เนเน่: ที่พักของหนูเป็น Apartment ค่ะ ถ้าเทียบกับไทยก็ฟีลเหมือนคอนโดเลย ในห้องจะประมาณ 2 ห้องนอน + 1 ห้องนั่งเล่น อยู่กัน
ประมาณ 4–5 คน โดยรวมที่พักโอเคมากค่ะ เพราะส่วนใหญ่จะมี ฟิตเนส และ สระว่ายน้ำ ให้ด้วย เลยรู้สึกว่าเหมาะกับคนมาทำงาน
Lifeguard มาก ๆ
พี่ New Step: ค่าบ้านเท่าไหร่ ค่ามัดจำเท่าไหร่ และจ่ายยังไงคะ
เนเน่: ค่าเช่าอยู่ที่ 185 ดอลลาร์/สัปดาห์ ส่วน ค่ามัดจำประมาณ 375 ดอลลาร์ ค่ะ วิธีจ่ายคือบริษัทจะ หักจาก Paycheck เลย เพราะ
Paycheck ออกทุก 2 สัปดาห์ เขาก็หักค่าเช่าประมาณ 370 ดอลลาร์ ไปในรอบนั้น เราก็ไม่ต้องไปโอนเองหรือทำธุรกรรมอะไรให้ยุ่งยากค่ะ
พี่ New Step: แล้วการที่เขาหักจาก Paycheck แบบนี้ เรารู้สึกยังไงบ้าง
เนเน่: สำหรับหนู หนูว่าดีค่ะ เพราะเราไม่ต้องกังวลเรื่อง “ต้องกันเงินไว้จ่ายค่าเช่า” รวมถึงค่าใช้จ่ายบางอย่าง เช่น ค่า Training ที่บางคน
อาจคิดว่าต้องเตรียมเงินจากไทยมาเยอะ ๆ แต่ของหนูคือเขาหักให้เลย ทำให้จัดการง่าย และรู้สึกว่าบริษัทเขาวางระบบมาดีค่ะ
พี่ New Step: เมือง Rockville บรรยากาศเป็นยังไง เล่าให้ฟังหน่อยค่ะ
เนเน่: ถ้าคนรู้จัก Maryland แบบผิวเผิน อาจคิดว่าเป็นเมืองธรรมชาติเงียบ ๆ ไปเลย แต่ Rockville หนูว่าค่อนข้าง “สะดวก” และดูเป็น
เมืองมากกว่าที่คิดค่ะ เพราะอยู่ใกล้ Washington DC เดินทางเข้า DC ไม่ถึงชั่วโมง เลยมีห้าง ร้านค้า และสิ่งอำนวยความสะดวกค่อนข้าง
ครบถ้าได้เมืองนี้ถือว่า โชคดี เลยค่ะ
พี่ New Step: ถ้าอยากเที่ยว ใกล้ ๆ Rockville/Maryland มีที่ไหนแนะนำไหม
เนเน่: ใน Rockville เองจะมีย่านที่เป็น Montgomery College ค่ะ ย่านมหาลัยจะมีฟีลน่าเดิน มี facilities หลายอย่าง รวมถึงโซนสวน/ทาง
เดินเล่น แล้วถ้าเป็น Maryland ที่น่าไปก็มี Six Flags (สวนสนุก) ค่ะ
พี่ New Step: วันหยุดเราไปเที่ยวไหนบ้าง
เนเน่: ส่วนใหญ่หนูไป Washington DC ค่ะ เพราะเดินทางง่ายและเร็วมาก ไปช่วงกลางวัน แต่บางทีก็ลากยาวถึงกลางคืนเลยค่ะ
พี่ New Step: ชีวิตประจำวันเรากินอยู่ยังไงบ้าง
เนเน่: ส่วนใหญ่หนูจะ ทำกับข้าวกินเอง ค่ะ ตอนเช้าก็ทำกิน แล้วทำเผื่อเป็นข้าวกลางวันด้วย หนูพกเครื่องปรุงไทยมาบ้าง เช่นซอสต่าง ๆ
ทำให้กินง่ายขึ้นค่ะ แต่บางมื้อ โดยเฉพาะมื้อเย็น ก็มีซื้อฟาสต์ฟู้ดบ้าง เพราะหนูเป็นสายฟาสต์ฟู้ดค่ะ 😄
พี่ New Step: ตอนนี้ลองฟาสต์ฟู้ดร้านไหนไปแล้วบ้าง
เนเน่: มี Wendy’s, Wingstop, Five Guys, Chick-fil-A, McDonald’s ค่ะ ยังเหลืออีก 2–3 ร้านที่ยังไม่ได้ลองเลย
พี่ New Step: แล้วถ้าช้อปปิ้ง/ซื้อของใช้ ซื้อที่ไหนบ้างคะ
เนเน่: ใกล้บ้านจะมี Aldi, Target, Giant ค่ะ
Target เหมาะกับของใช้/ของเข้าบ้าน
Giant เหมาะกับอาหารสด อาหารแช่แข็ง
ส่วนสายช้อปจะมี Marshalls, Burlington ใกล้ ๆ และมี Ross ด้วย บอกเลยว่าเป็น “แหล่งล้มละลาย” ได้เหมือนกันค่ะ 😂
พี่ New Step: ถ้าเทียบ Lifeguard กับงานอื่น ๆ งานนี้น่าสนใจตรงไหน
เนเน่: หนูรู้สึกว่างาน Lifeguard มัน มีความท้าทายในแบบของมัน ค่ะ งานบางอย่างอย่าง Cook อาจจะอยู่แต่ในครัวค่อนข้างจำเจ แต่งาน
Lifeguard เราได้เจอ ลูกบ้านหลากหลาย พอทำไปนาน ๆ ก็เริ่มคุ้นหน้า คุยกันมากขึ้น ได้เรียนรู้วัฒนธรรมและนิสัยคนที่นี่ไปด้วย อีกอย่างคือ
ถึงงานจะดูเรียบ ๆ แต่จริง ๆ มันเป็นงานที่เกี่ยวกับ ความปลอดภัยและชีวิตของคน ทำให้รู้สึกว่าเขาให้ความสำคัญกับบทบาทของเราอยู่
เหมือนกันค่ะ
พี่ New Step: เรื่องชั่วโมงงานเป็นเหตุผลที่ทำให้เลือก Lifeguard ด้วยไหม
เนเน่: เป็นเหตุผลด้วยค่ะ เพราะชั่วโมงงาน ค่อนข้างคงที่กว่างานอื่น งานอื่นบางช่วงไม่บิซซี่อาจโดนตัดชั่วโมงหรือโดนพัก แต่ของ
Lifeguard จะขึ้นกับ “สภาพอากาศ” มากกว่า ถ้าอากาศไม่ดีตั้งแต่ก่อนเริ่มงาน อาจได้ Day off แต่ถ้าเริ่มงานแล้วเกิดฝนฟ้าคะนอง เราก็ยัง
ต้องเฝ้าสระอยู่ดี ซึ่งแปลว่า ยังได้ชั่วโมงงาน และบางทีวันนั้นคนไม่มี เราก็ได้นั่งสบาย ๆ ค่ะ
พี่ New Step: งานนี้เหมาะกับคนแบบไหนที่สุด
เนเน่: มันขึ้นอยู่กับ “สระ” ด้วยค่ะ อย่างหนูเป็นแนว Introvert กับคนแปลกหน้า สระที่หนูอยู่ค่อนข้างเงียบ ก็เหมาะกับหนู แต่บางสระใหญ่ คนเยอะมาก ก็เหมาะกับสาย Extrovert สุด ๆ ซึ่งหนูรู้สึกว่า Supervisor เขาจะช่วยดูให้ว่าเราเหมาะกับสระแบบไหนด้วยค่ะ
พี่ New Step: อยากบอกอะไรกับน้อง ๆ ที่กำลังลังเลว่าจะไป Lifeguard ดีไหม
เนเน่: หนูแนะนำให้มาค่ะ เพราะเป็นประสบการณ์ที่หาในไทยแทบไม่ได้ งานอื่น ๆ ยังพอเทียบกับงานที่ไทยได้บ้าง แต่งาน Lifeguard คือเฉพาะ
ทางมาก และได้ลองอะไรใหม่จริง ๆ ค่ะ
พี่ New Step: ช่วยรีวิวการเข้าร่วมโครงการกับ New Step หน่อยค่ะ
เนเน่: พี่ ๆ New Step ดูแลตั้งแต่วันแรกที่สมัครจนถึงตอนนี้เลยค่ะ ช่วยเรื่องเอกสาร ช่วยเตรียมตัวสัมภาษณ์วีซ่า ไปส่งถึงสนามบิน พอมา
ถึงอเมริกาแล้ว พี่ ๆ ก็ยังติดตามและมาเยี่ยมเหมือนเดิม โดยรวมคือดูแลสม่ำเสมอมาก ทำให้รู้สึกอุ่นใจค่ะ
พี่ New Step: สรุปประสบการณ์ Work & Travel ครั้งนี้สั้น ๆ ให้หน่อย
เนเน่: สำหรับหนูคือ ครั้งหนึ่งในชีวิตควรลองมาค่ะ พอมองย้อนกลับไป หนูคิดว่า “ไม่เสียดาย” ที่ตัดสินใจมาแน่นอนค่ะ
Copyright 2024 © by New Step Exchange Program. All rights reserved.